• Home
  • /
  • กีฬา
  • /
  • เชื่อไหม? มีเพียงแค่ 2 อย่างที่ธุรกิจพังทลายหรือเจ๊ง!!

เชื่อไหม? มีเพียงแค่ 2 อย่างที่ธุรกิจพังทลายหรือเจ๊ง!!

บทความธุรกิจเวลานี้ kissslot เหมาะกับผู้ที่ทำธุรกิจใหม่ หรือในธุรกิจ SME อย่างยิ่ง ต้องการที่จะให้ผู้ที่คิด หรือเริ่มทำอยู่ได้อ่านกันทุกคน ใครกันแน่รู้สึกว่ามีคุณประโยชน์ก็แบ่งปันไปยังมิตรสหาย ญาติมิตรที่กำลังเริ่ม หรือคิดทำธุรกิจมอง คงจะได้เรื่องทราบ แง่คิดไปไม่น้อย แม้ว่าจะมิได้มีอุบายธุรกิจ การตลาดมานำเสนอ แม้กระนั้นนี่สำคัญยิ่งกว่าเสียอีก เนื่องจากว่าก่อนที่จะเจริญรุ่งเรือง มันก็จะต้องยืนให้ได้ก่อน โน่นเป็นไม่เจ๊ง พวกเรามาดูกันต่อจากปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเงินว่า ปัญหาหรือเหตุอะไรที่ทำให้เจ๊ง เรื่องถัดไป

ก็เนื่องจากคนเป็นต้นเหตุที่แปรผันง่ายที่สุด รวมทั้งเชื่อใจยากที่สุด

การจัดการคน

ใช่แล้วครับผม เว้นเสียแต่ประเด็นการบริหารการคลังแล้ว kissslot ก็การจัดการเกี่ยวกับคนนี่แหละที่ทำให้ธุรกิจพังทลายหรือเจ๊ง แม้กระนั้นมิได้กำลังกล่าวถึงการจัดการคนภายในแง่ ลูกน้อง, HR หรือ HRD เชิงอัตรากำลัง พวกนั้นมันแก้ไขปัญหาได้ แต่ว่ามันหมายคือ “คน” ที่เกี่ยวเนื่องกับวิธีการทำธุรกิจของพวกเรา ผมพาเข้าแบบอย่างเลยดีมากกว่า

หุ้นส่วน : ที่จำนวนมากนำไปสู่ปัญหาเกี่ยวกับการจัดแจงในทุกๆด้านได้ นี่สาเหตุแรกจริงๆเนื่องจากว่ามีหลายสาเหตุมากมายที่ทำธุรกิจด้วยกันแล้วผลออกมาในตอนหลังว่า ไม่พวกเราก็เขาที่พังทลาย หุ้นส่วนที่ดี มีครับผม บนความแจ้งชัดกันแต่ว่าเริ่มทุกๆข้าง และก็ถัดมาแบ่งปันกันบริหารทั้งยังงานการแล้วก็การคลังก้าวหน้า แล้วก็แม้เมื่อใดรู้สึกว่ามันแตกต่างกันมันพังทลายได้จริงๆซึ่งการจัดสรรจำพวก คนหนึ่งลงเงิน คนหนึ่งลงแรงหรืออื่นๆแบบงี้มักไปไม่รอดเนื่องจากว่าถ้าหากธุรกิจดีไปได้ครู่หนึ่ง อีกข้างจะรู้สึกได้ว่า อีกข้างไม่มีความจำเป็น “ทำเป็นแล้วเรื่องอะไรจำเป็นต้องแบ่ง มีทุนเองแล้วเรื่องอะไรจำต้องแบ่ง” บางทีอาจมิได้คิดอย่างนี้โดยตรง แม้กระนั้นเพียงพอเริ่มมีปัญหา การคิดอย่างงี้มันจะมา.. ชี้แจงเพิ่มให้ชัดๆกันไปแต่ละจำพวก

หุ้นส่วนด้านการเงิน พวกเราจะไม่กล่าวกรณีค้าขายหรือทำธุรกิจไม่ดีแล้วมีปัญหา ดีมันก็มีปัญหาได้ เนื่องจากอีกข้างนั้นบางทีอาจต้องการไปทำเอง ไม่ได้อยากแบ่ง หรือมีทุนมากยิ่งกว่าเลยทำแข่งขันซุกซนๆในทางตรงกันข้ามก็มิได้คิดจะถอนทุน แยกตัวไปไหน แม้กระนั้น.. ไม่ช่วยอะไรเลย อีกข้างก็ย่อมมีความคิดว่ามันเอารัดเอาเปรียบกันเหลือเกิน ตามที่เป็นจริงแล้วมันก็จะไม่ถูกก็ไม่ใช่ เนื่องจากว่ามิได้ตกลงกันไว้ตั้งแต่แรกในหน้าที่การงานเพียงแค่หารเงินกันลงไป ในที่สุดการถอนทุนเอ่ย การแข่งขันคุ้นเคยเอ่ย ทำให้เกิดความทรุดโทรม แล้วก็ปิดตัวกันไปได้ในทันทีทันใด

หุ้นส่วนผู้จัดการ

มิได้แปลว่าตำแหน่งผู้จัดการ แม้กระนั้นซึ่งก็คือเป็นผู้จัดการงานอะไรบางอย่าง ที่อีกข้างบางทีอาจจำเป็นต้องพึ่งพิงคนนี้ ยกตัวอย่างธุรกิจเหมือนเดิมที่ผมให้คำแนะนำมามากมายเป็นสปา คนหนึ่งนวดเป็นทำเป็น อีกคนไม่เป็นแต่ว่ามีเงิน ลงทุนด้วยกัน หากดี ผู้ที่นวดทำก็จะมีความคิดว่าอ่อนเพลียอยู่เพียงลำพัง.. ก็ออกไป ซึ่งการหาคนแทนเรื่องอย่างงี้ถ้าเกิดมันง่ายก็ดีแล้ว แต่ว่าจำนวนมากไม่ง่าย เนื่องจากว่าเจ้าของที่ไม่เป็นไม่ทราบ ก็ไม่สามารถที่จะคัดสรรบุคลากรที่ดีได้ ซึ่งกรณีนี้แม้กระทั่งทำร้านค้าดีอย่างไรแม้กระนั้นปลอดคนให้บริการมันก็ทำเงินมิได้ เจ๊งไปตามกฎกติกา ซึ่งไม่ใช่แค่ธุรกิจนี้ มีอีกหลายแบบละม้าย ถึงแม้ว่าจะแบบอย่างที่ควรมีหน้าที่จัดแจงดันไม่จัดแจง ปลดปล่อยไม่เอาใจใส่งานการไปเฉยๆสรุปกล้วยๆเรื่องนี้ก็คือ เชื่อใจให้เขาทำ ถ้าเกิดเขาไม่(อยู่)ทำ ผลกำไรกับรายได้ตรงไหนจะเข้ามา อีกต้นแบบหนึ่งเป็น วิสาสะไปจัดแจงบางสิ่งที่เสียหาย หรือกล้วยๆเป็นใช้สิทธิเครดิตตนเองบ้าง เอาของไปบ้างอะไรทำนองนี้ นี่มันทำให้การดำเนินงานเสียหาย หรือกรณีเป็นเครดิต การคลังในร้านค้ามันมีปัญหาได้ ก็โยงไปเรื่องเวลาที่แล้วได้

หุ้นส่วนไม่เป็นทางการ หุ้นส่วนที่ไม่เป็นทางการนี้ภาษาธุรกิจพวกเราบางทีอาจจะเรียกว่า Supply Chain แม้กระนั้นมันไม่ใช่แค่ Supply Chain ปกติ เนื่องจากถ้าเกิดปกติก็หาใหม่ปรับปรุงแก้ไขกันไป แต่ว่าในที่นี้เป็นครั้งคราวเคยเป็นผู้ที่ตกลง สนทนากันไว้ ไม่ว่าจะผู้เช่า ผู้ส่งของให้ หรือช่วยในธุรกิจการค้าด้านใดด้านหนึ่งที่สำคัญ แต่ว่าต่างมิได้เป็นหุ้นส่วนกัน จนถึงวันหนึ่งธุรกิจกำลังเดินทางไปเจริญ เขา(ผู้นี้) ก็มาทิ้งกันไป อาทิเช่นไม่ให้เช่าที่ต่อ ไม่ส่งของให้อีกแล้ว หรือบางเวลาขายเอง(แข่งขัน) แบบนี้อย่างไรธุรกิจการค้าก็ไปรอดยาก

คนหลอกลวง : ไม่น่าจำเป็นจะต้องชี้แจงอะไรมากมายในข้อนี้ อย่างยอดเยี่ยมก็บางทีอาจแบ่งย่อยไปหน่อยได้ว่า ทุจริตมากมาย ทุจริตน้อย เนื่องจากว่าถ้าเกิดน้อยก็ไม่เจ๊ง แต่ว่าถ้าหากนานหน่อยก็ไม่แน่

คนภายในกลุ่มบริหาร : อย่าทำเป็นไม่จริงจังไปสำหรับเพื่อการคิดจะเอาผู้ใดก็ได้เข้ามาอยู่สำหรับในการบริหารจัดแจง ธุรกิจเล็กใหญ่เป็นได้หมด มันเหมือนในกรณีที่เอาคนไม่เหมาะสมมาเป็นหัวหน้าหน่วยงาน หรือให้ขึ้นมาด้วยเหตุผลบางสิ่ง ถ้าหากเป็นเพียงแค่ หัวหน้ามันช่างเถิดเพียงแค่วุ่นวาย แต่ว่าไม่เจ๊ง แม้กระนั้นหากอยู่กลุ่มบริหารเมื่อใด ก็คล้ายกับโดนวางยา หัวข้อนี้มองเห็นและก็พบมาพร้อมกับตัว กู้ชีพบริษัททัน มันก็รอดตัว กู้ไม่ทันมันก็คอยวันเจ๊ง ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยบางทีอาจสงสัย แล้วคนนั้นเขาทำอะไร ที่แท้มิได้ทำอะไรแบบเห็นได้ชัด มิได้ทุจริต มิได้ถึงขนาดเหลวแหลก แต่ว่าให้ทดลองคิดๆมอง เปรียบเทียบกับระดับหัวหน้างานที่ไม่เหมาะสม ก็มีหลายๆต้นสายปลายเหตุ มันก็ทำให้หน่วยงาน เจ็บป่วยได้ไม่มากมายก็น้อย ดังเช่น ลูกน้องส่วนงานนั้นดื้อรั้น ส่วนงานนั้นงานไม่ค่อยเดิน ปัญหามากมาย จริงๆมันก็อย่างกับพิษ (toxic) และก็ตามที่พูดว่าเพียงแค่เป็นหัวหน้าปัญหาก็เลยไม่เท่าไหร่ แต่ว่าแม้มีอำนาจมากยิ่งกว่า ทดลองเทียบกล้วยๆเพียงแค่ว่ากลุ่มบริหารไม่ถูกกัน หน่วยงานมันจะเป็นเยี่ยงไร? เนื่องจากว่ามันก็ยากว่าใครกันแน่จะถ่วงอำนาจคนไหน ท้ายที่สุดควรมีข้างหนึ่งข้างใดไป หากคนไม่เก่ง ไม่ดีเป็นข้างไป ก็ช่างเถอะเพราะเหตุใดๆอาจจะดียิ่งขึ้น แต่ว่าแม้คนเก่ง คนดีไป และก็อยู่ในฝ่ายบริหาร การจะหาคนมาแทนนั้นมันไม่ง่ายเลย ทั้งยังผลงานการเจริญรุ่งเรืองอะไรหลายๆอย่าง บางครั้งคนๆในกลุ่มบริหารนี้จะต้องมีส่วนอยู่แล้วไม่มากมายก็น้อย ถึงแม้ว่าจะเป็นตอนที่ไม่มีผู้ใดไปมันก็เหมือนสงครามกลางเมืองอยู่ดี ไม่มีอะไรดีต่อเมืองนี้เลย เมื่อขาดสิ่งดีๆเป็นแกนนำ ผู้ปฏิบัติตามย่อมทำไปตามหน้าที่ นี่เป็นเรื่องเกี่ยวกับวิสัยทัศน์แน่ชัด

คนภายในกระจก / ผู้ครอบครอง : ชอบมาจากนิสัยนิสัยบางประการ หูเบา ความฟุ่มเฟือย ความเป็นนักการพนัน ดื้อด้าน ยึดติดจากคนภายในกลุ่มบริหาร บางทีอาจไม่มีผลเร็วเท่าไร แต่ว่าผลมันง่ายดายยิ่งกว่าถ้าเกิดคนนั้นเป็นเจ้าของเสียเอง หรือเป็นพวกเราคนนั่นแหละ เชื่อไหมว่า คนภายในกลุ่มบริหารนั้นทำให้เสียหายได้จริง บางคราว 2 สิ่งนี้ก็ไปร่วมกัน เป็นไม่เห็นสิ่งที่เป็นไป และไม่ใช่เพียงแค่มองไม่เห็นคนภายในกลุ่มบริหาร แต่ว่าก็เป็นตัวเองที่บริหารบกพร่อง ใช้เงินมากมาย อะไรต่างๆล้นหลาม แม้กระนั้นไม่เอาเรื่องเงินมาพูดย้ำซ้อนอีกในหัวข้อนี้จะดีมากกว่า

เหตุผลที่คนภายในกระจก หรือผู้ครอบครองทำเสียหายก็คือ แก้ไขปัญหามิได้ กับไม่มีวิสัยทัศน์ ที่ผมบอกไว้ว่าจริงๆมันมีเหตุมีผล 2+1 แล้วก็นี่เป็นอีก 1 ที่ว่า

ไม่มีวิสัยทัศน์

ธุรกิจยักษ์ใหญ่ ก็ล้มได้น่าฟังวิสัยทัศน์บกพร่อง ซึ่งมากไม่น้อยเลยทีเดียว แล้วก็อาจจะไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ว่า ธุรกิจเล็กๆก็ไม่เหลือ ในธุรกิจใหญ่ๆนั้นบางทีอาจไม่ใช่จากการตัดสินใจของคนๆเดียว แต่ว่าธุรกิจเล็กๆนั้นไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้เลยว่าย่อมมักมาจากผู้ครอบครอง อะไรเป็นนัยยะของการที่กล่าวว่าไม่มีวิสัยทัศน์ “ขจัดปัญหามิได้ อีกทั้งในตอนนี้แล้วก็อนาคต” ซึ่งอาจยากจะขยายว่าปัญหาอะไร แต่ว่าหากเป็นในอนาคตก็คงจะไม่พ้นการ “ไม่ยินยอมปรับนิสัย” รับกับสิ่งต่างๆซึ่งแบบอย่างมากมายกระทั่งเกียจคร้านเขียน นี่มิได้หมายความเพียงแค่เรื่องเทคโนโลยี หรือสังคม การที่หน่วยงานใหญ่ขึ้น โรงงานใหญ่ขึ้น อะไรๆเติบโตขึ้น แม้กระนั้นยังคงใช้กรรมวิธีเดิมๆบริหาร มันใช้ไม่ได้หรอกนะครับ ยึดโยงกับการบรรลุเป้าหมายเก่าๆเดิมๆโดยมากมิได้ไม่นาน พวกนี้มั่นใจว่าอาจเห็นภาพชัด แล้วถามคำถามว่าถ้าหากให้บ่งชัดว่า ปัญหาคน นี้มาจากไหน ตอบแบบตรงไปเลยก็คงจะกล่าวได้ว่า “ไม่ใส่ความทราบ” ทราบเองมิได้ ก็จำต้องให้คนทราบมาช่วย หยุดทราบก็คือถอยหลัง แล้วก็มันพังทลายได้จริงๆ

กลับสู่หน้าหลัก

Leave a Reply