• Home
  • /
  • Category Archives: ผี

ผีพรายทำลายชีวิตผม

สวัสดีครับ ผมเพิ่งจะตั้งกระทู้เป็นครั้งแรก หลังจากที่เห็นหลายๆคนแชร์ประสบการณ์ลึกลับกันหลายกระทู้เลยอยากแชร์ประสบการณ์ของผมบ้าง lynblue89 กว่าจะผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ได้ผมต้องเจออะไรมาเยอะพอสมควรเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ผมอาจใช้ชื่อสมมุติ เพราะกลัวจะไปพาดพิงถึงใครเข้า ขอให้ทุกคนที่อ่านใช้วิจารณญาณในการอ่านนะครับ เรื่องเกิดขึ้นที่จังหวัดนึงในภาคใต้ ตอนนั้นผมอายุ 21 ปี ผมหนีออกจากบ้าน กับความรู้แค่ ม.3 ไปทำงานเองด้วยเหตุผลส่วนตัวเมื่อก่อนบ้านผมอยู่ค่อนข้างห่างไกลความเจริญ ผมเลยหนีเข้ามาทำงานรับจ้างอยู่ในอำเภอเมืองทำทุกอย่างที่ได้เงินพอประทังชีวิตไปเรื่อยๆ ผมเก็บขวดไปขาย บวกกับทำงานเป็นเด็กปั้มแห่งหนึ่ง ทำอยู่ lynblue89 ประมาณเกือบ 3 ปีก็เก็บเงินได้ก้อนนึง แล้วก็คิดว่าอยากจะมีที่อยู่เป็นของตัวเองบ้าง(ผมอาศัยอยู่ที่พักคนงานของเถ้าแก่ปั้ม เขาให้ผมอยู่ฟรี) ตอนนั้นไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงด้วยความที่ความรู้น้อย ผมเลยไปปรึกษาเถ้าแก่ ผมก็บอกเขาไปว่าผมเก็บเงินได้ 2 หมื่นแล้ว เถ้าแก่ค่อนข้างมีฐานะ เขาเอ็นดูเพราะผมซื่อๆ ขยันทำงานเถ้าแก่เขาเลยบอกว่า “กูมีแพเหล็กเก่าๆอยู่ลำนึง จะเอาไหม? ถ้าเอาไปแล้วก็เอาไปทำมาหากินได้เลยมาเอาน้ำมันจากกูไปขายแล้วค่อยหักเอาก็ได้” (คือแพเหล็ก หลายคนอาจจะนึกภาพไม่ออกมันเป็นเหมือนแท้งเก็บน้ำมันเคลื่อนที่ลักษณะเหมือนแพ ลอยอยู่ในน้ำ) เถ้าแก่ให้แพผมมาฟรีๆ ตอนนั้นดีใจมากแพไม่ใหญ่มากขนาดประมาณ 40 ตารางเมตร ผมใช้เป็นทั้งบ้านเป็นทั้งที่ทำงาน เพราะด้านหน้าแพมีหัวจ่ายน้ำมันอยู่หัวนึงไว้ใช้ขายน้ำมันให้กับเรือหางยาวกับเรือประมงในแม่น้ำ กลายเป็นว่าผมจะอาศัยอยู่ริมน้ำตลอดเวลาก็เงินดีพอสมควร จนผมก็พอจะเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัวได้ แล้วก็ไปเจอกับเมียผม เขาทำงานเป็นเด็กเสริฟอยู่ร้านอาหารแห่งนึงคบกันได้สักพักเลยชวนกันมาอยู่กินด้วยกันจนมีลูกชายคนนึง ตอนนั้นก็เลี้ยงลูกแล้วก็ทำงานทุกอย่างอยู่บนแพนั้นแหละ แต่ผมยอมรับว่าผมเริ่มมีนิสัยเจ้าชู้ คือจะออกไปเที่ยวคาเฟ่เกือบทุกคืน บ่อยครั้งที่ลูกกับเมียต้องอยู่กันตามลำพังจนมีอยู่วันนึง ผมก็ออกไปเที่ยวตามประสาของผมตอนนั้นลูกชายอายุ 5…

เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ 5 ข้อ ที่ทำให้คนเห็นผี

1. ความผิดปกติในการนอน ประสบการณ์เผชิญหน้ากับวิญญาณที่บอกเล่ากันมาบ่อยครั้งก็คือการถูก “ผีอำ” มองเห็นร่างคนหรือถูกเงาดำกดทับจนขยับไม่ได้ รวมทั้งหูก็ได้ยินเสียงประหลาดต่าง ๆ นักวิทยาศาสตร์เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “ความฝันขณะตื่น” (Waking dream ) ซึ่งเป็นภาวะเคลิ้มที่สมองตื่นอยู่แต่ร่างกายยังหลับไม่ตอบสนอง มีความเกี่ยวข้องกับอาการตัวแข็งเป็นอัมพาตขณะหลับอีกด้วย เว็บคาสิโนที่ดีที่สุด lynblue89 ดร.โจ นิกเคล นักวิจัยอาวุโสของ “คณะกรรมการซีเอสไอ” (Committee for Skeptical Inquiry – CSI ) ซึ่งเป็นหน่วยงานเอกชนที่ส่งเสริมการตรวจสอบปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ บอกว่าภาวะความฝัน lynblue89 ขณะตื่นทำให้คนมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกับความกลัวในจิตใจได้ ไม่ว่าจะเป็นคนที่ตายไปแล้วหรือมนุษย์ต่างดาว ส่วนมากจะเห็นว่ามีภูตผีมายืนข้างเตียง บ้างอาจรู้สึกว่าถูกกดทับหรือถูกบีบคอจนร้องไม่ออก “นั่นคือการที่จิตใจเล่นกลกับตัวคุณเอง โดยทำให้เห็นภาพหลอนที่เหมือนจริง ในชีวิตการทำงาน 50 ปีของผม ไม่เคยพบหลักฐานแม้แต่ชิ้นเดียวที่ยืนยันว่าผีมีจริง แต่ตรงกันข้าม ผมกลับพบคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์สำหรับเรื่องผีมากมาย ทั้งสาเหตุที่มาจากการได้ยินเสียงในย่านคลื่นความถี่ต่ำ (อินฟราซาวด์) ความผิดปกติทางอารมณ์หรือสมอง รวมทั้งการอดนอนก็มีส่วนสร้างภาพหลอนได้อย่างมาก” ดร.นิกเคลกล่าว “เวลาที่คุณอดนอนและเหนื่อยล้า ทั้งยังอยู่ในสถานที่ที่บรรยากาศวังเวงน่ากลัว นั่นคือสูตรสำเร็จของการเห็นผีส่วนใหญ่เท่าที่ผมได้เคยตรวจสอบมาเลยทีเดียว” 2. ภาวะกลัวผีและสิ่งลึกลับอย่างรุนแรง (Phasmophobia)…

เล่าเรื่องผี “น้าแย้ม” ตอนที่ 19

แม่ก็เล่าเรื่องในวันนั้นทั้งหมดให้ลุงยักษ์ฟัง คร่าวๆคือกลับจากโรงเรียน ผ่านศาลร้างใต้ต้นไม้ เจอผู้หญิงคนนึงยืนอยู่ไม่รู้ว่าใช่คนเดียวกับที่ลุงยักษ์ยิงคืนนั้นรึเปล่า แต่ก็คล้ายๆโดยมีหมอยายืนฟังข้างๆ จนแม่เล่าจบ หมอยาซึ่งนิ่งมานานก็พูดขึ้นมาว่า“คงไม่ใช่คราวซวยแล้วมั้ง นี่มันตั้งใจเลย” lynblue89 ลุงยักษ์ก็ถามหมอยาว่าหมายความว่ายังไง หมอยาเลยบอกว่า ปกติเรื่องแบบนี้ใช่ว่าจะเกิดได้ง่ายๆ ไม่งั้นคนก็คงเจอผีกันทุกวัน มันเป็นที่ดวงหรือคราวเคราะห์และสิ่งสำคัญมากๆคืออยู่ที่ตัวคนๆนั้นด้วยว่ามีสภาพร่างกาย lynblue89 และจิตใจเป็นยังไง ซึ่งจากที่ฟัง แม่เล่ามา หมอยาบอกว่ามีความเป็นไปได้ที่มันรู้เลยมาดักรอเพราะวันนั้น เห็นบอกว่า น้าแย้มไม่สบาย ทั้งร่างกายและจิตใจคงจะอ่อนแออยู่ แถมยังเป็นเด็กด้วยก็อาจจะเป็นช่องให้สิ่งพวกนี้มันรังควานได้ง่าย หมอยาพูดต่อว่า ศาลร้างตรงใต้ต้นไม้นั่นก็เหมือนกัน เห็นคนกราบไหว้กันมาก ใช่ศาลที่สร้างไว้ให้เจ้าที่เจ้าทางอาศัยอยู่รึเปล่าก็ไม่รู้ เคยผ่านไปตอนกลางโผล้เผล้เหมือนกัน มองไป ไม่ให้ความรู้สึกอุ่นใจ หรือน่ากราบไหว้เล้ย ดูน่ากลัวซะมากกว่า ลุงยักษ์ถามต่อว่า แล้วลุงพุฒิเล่าอะไรให้ฟังบ้าง หมอยาบอกว่า ลุงพุฒิเขาไม่ค่อยเล่าอะไรให้ฟังหรอก ถ้าไม่จำเป็น จากนั้นลุงยอดก็เดินออกมาตาม บอกหมอเวรเข้ามาดูอาการแล้ว ต้องรอผลตรวจอีกที ลุงยักษ์จะเอายังไง ลุงยักษ์ถามหมอยาว่าจะกลับบ้านมั้ย เดี๋ยวขับไปส่ง หมอยาก็บอกว่าถึงมือหมอแล้ว อยู่ไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ ถ้ายักษ์จะไปส่ง ก็กลับเลยดีกว่า ลุงยักษ์เลยให้ลุงยอดอยู่เป็นเพื่อนแม่กับยาย ส่วนตัวเองจะชับรถไปส่งหมอยา และก็จะลงไปถามลุงพุฒิด้วยว่าจะเอายังไง (เรื่องหลังจากบรรทัดนี้ ลุงยักษ์มาเล่าให้ฟังตอนหลัง) ลุงยักษ์เล่าว่า ลงไปเจอลุงพุฒินั่งอยู่หน้าศาลพระภูมิ ใจจริงก็อยากให้ลุงพุฒิอยู่ด้วย…

เล่าเรื่องผี “น้าแย้ม” ตอนที่ 18

ผ่านไปสัก ชม. ลุงยอดก็ยังล่อกแล่กฮัมเพลงไปเรื่อยเปื่อยไม่มองไปข้างทางอีกเลยผ่านทางโค้ง รถเลี้ยวไปเจอ วัดทุ่ง xx ทางขวามือ lynblue89 ลุงยอดก็บอกว่าถึงตรงนี้ อีกสักครึ่ง ชม. ก็ออกถนนใหญ่แล้ว แม่ก็โล่งอกผ่านวัดไปเป็นไร่อ้อยทั้ง 2 ข้างทาง ยาวเหยียด ต้นอ้อยสูงยิ้มวทัศน์ด้านข้างจนหมด ถนนก็เลี้ยวไปมา ไม่มีบ้านคน ไม่เห็นแสงไฟเลยแล้วจู่ๆ ก็มีเสียงดัง ปึง! ดังจากข้างรถ เหมือนมีใครเอาอะไรมาปาใส่รถ ทั้ง 3 คนที่นั่งด้านหลังก็มองหน้ากันนิ่งผ่านไปสักพักก็มีเสียงดังปึงมาจากอีกข้าง ลุงยักษ์ก็เลยชะโงกหน้ามาถามว่าเล่นอะไรกัน? ลุงยอดก็บอกเปล่า ไม่ได้ทำอะไรเลยลุงยักษ์ก็หันไปขับรถต่อ แต่แม่เห็นลุงยอดนั่งแทะเล็บแล้ว ส่วนหมอยาก็ดูกระสับกระส่าย lynblue89 ขับไปมาตามทางได้สักพัก เจอทางโค้ง 2-3 โค้ง รถก็เลี้ยว แล้วทุกคนในรถก็นิ่งกันหมด ไม่เว้นแม้แต่ลุงยักษ์ที่ทำหน้าเลิ่กลักเพราะทางขวามือ เป็นวัดทุ่ง xxลุงยอดเห็นก็ชะโงกไปคุยกับลุงยักษ์ว่า หลงทางรึไง ขับวนมาที่เดิมเนี่ย ลุงยักษ์ก็บอกว่า“ไม่รู้ว่ะ แต่มันจะหลงได้ไงวะ ไม่มีทางแยกเลยนะ ตรงอย่างเดียว ปกติเข้าเมืองก็ขับเส้นนี้ตลอด?”แล้วลุงยักษ์ก็ชะลอรถ แต่แม่เห็นลุงพุฒิโบกมือไม่ให้หยุดรถ ลุงยักษ์คุยกับลุงพุฒิครู่นึง ลุงยักษ์ก็ตะโกนมาด้านหลังว่า “เห้ย ลุงพุฒิบอกว่า ถ้าเห็นหรือได้ยินเสียงอะไรอย่าทักกันนะ”…

เล่าเรื่องผี “น้าแย้ม” ตอนที่ 17

ตากับคนที่เหลือก็เดินออกมาส่ง ตาบอกกับลุงพุฒิว่าฝากลูกฉันด้วยนะ ลุงพุฒิบอกว่าจะช่วยดูเต็มที่ แต่ก็ไม่รู้ว่า lynblue89 เป็นมากแค่ไหน ต้องให้คุณหมอในโรงพยาบาลช่วยดูอีกทีเสร็จแล้วก็เดินเข้าไปสมทบกับคนที่จะเดินทางไปด้วย ลุงพุฒิลูบหัวแม่ ถามว่า จะไปด้วยเหรอ?แม่ตอบว่า จะไปอยู่เป็นเพื่อนแม่ (ยาย) กับน้อง ลุงพุฒิยิ้ม แล้วบอกกับคนในกลุ่มว่า“ขอคนจิตแข็งๆหน่อยเป็นคนขับนะ” ทุกคนก็มีเหว๋อเล็กน้อย แน่นอนงานนี้โชเฟอร์คือลุงยักษ์นั่นเอง รถกระบะสมัยก่อนไม่หรูหราโอ่อ่าเหมือนทุกวันนี้ ไม่มีแคป ไม่มีตอน คนที่นั่งด้านหน้า 4 คน มีลุงยักษ์, ยาย, น้าแย้มและลุงพุฒิต้องเบียดอัดกันเป็นปลากระป๋อง ที่เหลือก็ขึ้นกระบะหลังประมาณเกือบ 5 โมง ลุงยักษ์ก็ขับร lynblue89 ออกมาจากไร่ โดยมีตากับน้าเย็น ยืนมองรถหายไปกับฝุ่น (ส่วนลุงยศ เฝ้ากอไผ่ที่เผาอยู่)ทางไปโรงพยาบาลในตัวจังหวัดค่อนข้างจะไกลมาก ปกติตอนกลางวันใช้เวลาราว 2-3 ชม. กว่าจะไปถึงแต่ช่วงเย็นคงนานกว่าอีกหน่อยประกอบกับถนนในชนบทที่ห่างไกลความเจริญ 80-90% เป็นถนนลูกรังแดง ถนนดิน  เท่านั้นไม่พอยังมีหลุมมีหล่มตลอดทางและสาเหตุบางข้อที่ทำให้เดินทางได้ไม่เร็วเท่าที่ควร หนึ่งคือช่วงที่รถกระแทกกับหลุม น้าแย้มซึ่งหลับอยู่ จะร้องโอ้ยขึ้นมา ยายก็จะบอกให้ลุงยักษ์ขับดีๆหน่อย อีกข้อคือ กระจกรถซึ่งร้าวอยู่ลุงยักษ์มองทางไม่ถนัด แวนซ์มากไม่ได้ (><) จึงสรุปกันว่าจะเข้าไปเปลี่ยนรถที่บ้านญาติ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากไร่ของตาก่อน พอเข้าไปถึงลุงยักษ์กับลุงยอดก็เข้าไปคุยกับญาติขอยืมรถ…

เล่าเรื่องผี “น้าแย้ม” ตอนที่ 16

ไฟไหม้จนโคนไผ่ดำเป็นตอตะโก และเริ่มลามขึ้นไปเรื่อยๆ เสียง ฝุด ฝุด ด้านใน ก็ค่อยๆเบาเสียงลงเรื่อยจนได้ยินแต่เสียงไฟที่เผาไม้แทน ลุงพุฒิเลยบอกให้โค่นต้นไผ่ที่เหลือลงมาให้หมดห็นเหลือลุงยศอยู่คนเดียว หมอยาก็หยิบมีดมาช่วยฟันเสร็จแล้วก็ลากลำไผ่ lynblue89 ที่ลุงยักษ์กระซวกทิ้งไว้ (ไม่รับผิดชอบ) ขนมารวมกันแล้วราดน้ำมันก๊าดทยอยเผาลุงพุฒิบอกว่า ใครจะไปโรงพยาบาลให้เตรียมตัวเลยได้เลย จะออกเดินทางกันแล้วส่วนใครที่ไม่ไปก็เฝ้ากอไผ่ที่ไฟยังลุกไหม้อยู่ สรุปคือ ตา, ลุงยศ, น้าเย็น รออยู่ที่บ้านส่วนลุงพุฒิ, ยาย, หมอยา, ลุงยักษ์, ลุงยอด แม่จะพาน้าแย้มเข้าโรงพยาบาลในตัวจังหวัดลุงพุฒิเลยเร่งทุกคนบอกให้รีบขึ้นรถ แม่วิ่งเข้าไปหยิบเสื้อมาแค่ตัวเดียว ยายก็เก็บของใช้ที่เท่าจำเป็นเสร็จแล้วก็เดินเข้าไปหาน้าแย้มน้าแย้มยังนอนหลับอยู่ ไม่เหมือนคนป่วย lynblue89 ไม่มีอาการเกร็ง ยายบอกให้ลุงยอดเข้าไปอุ้มน้องลุงยอดถามว่าคงไม่ดิ้นอีกนะ ลุงพุฒิก็บอกว่าไม่ดิ้นแล้ว สงบแล้ว แต่ระวังไว้ก็ดี ลุงยอดก็สงสัย ระวังอะไรแล้วจึงเข้าไปอุ้มน้าแย้ม น้าแย้มก็นอนนิ่งให้อุ้ม ไม่ดิ้นเหมือนตอนแรกแต่เรื่องแปลกก็ยังไม่จบ แม่จำแม่นว่ายืนอยู่ตรงนั้น ดูเหตุการณ์แปลกๆนั้นด้วยความประหลาดใจลุงยอดซึ่งเป็นวัยรุ่น ร่างกายค่อนข้างจะบึกบึนสมส่วน เพราะทำงานในสวน ในไร่มาตั้งแต่ยังเล็กกลับอุ้มเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆไม่ขึ้น ยกขึ้นมาได้แค่นิดเดียว ก็ต้องวาง ทุกคนก็งงบอกว่าลุงยอดเล่นอะไร คนกำลังรีบๆลุงยอดก็เข้าไปลองอีกที ก็เหมือนเดิม ยกขึ้นมาได้นิดเดียวก็ต้องวาง ลุงยอดบ่น “อะไรเนี่ย ทำไมตัวหนักแบบนี้วะเนี่ย?” ทุกคนก็งงๆ ลุงยักษ์จึงเดินแทรกเข้ามาบอก มึงยิ้มหลบไป…

เล่าเรื่องผี “น้าแย้ม” ตอนที่ 15

ลุงพุฒิให้ลุงยศเดินไปหยิบถุงผ้าในรถสักพักลุงยศก็เดินกลับมาพร้อมถุงผ้าสีขาว ลุงพุฒิล้วงเข้าไปหยิบสายสิญจน์แล้วเดินไปที่กอไผ่ LYNBET เอาปลายด้านหนึ่งผูกไว้กับลำไผ่แล้วเดิมวนอ้อมรอบกอไผ่กอนั้นหลายรอบจบแล้วก็มายืนด้านหน้าของเหล่านั้น พึมพำอยู่ครู่แล้วโยนสายสิญจน์ที่เหลือเข้าไป ขณะนั้นเป็นเวลาบ่ายแก่แล้วแดดร้อนจัด  ตาก็เอาไม้ขีดมาให้ลุงพุฒิลุงพุฒิจุดไม้ขีดก้านแรก ไฟลุกพรึบขึ้นมาแล้วก็ดับพรึบทันทีราวกับมีคนเป่าลมใส่ ลุงพุฒิก็หยิบขึ้นมาอีกก้านก็เป็นอาการเดิมคือยังไม่ทันจะต่อเชื้อ ไฟก็ดับอีก ลุงพุฒิก็ส่ายหัวบ่นพึมพำ ลุงยศก็ถามว่า ผีเป่ารึเปล่าลุงพุฒิได้แต่ยิ้มๆ ก็บอกให้หาน้ำมันก๊าดมาให้หน่อย LYNBET ต้องรีบทำเวลาหน่อย ลุงยศก็ไปหยิบน้ำมันฉีดราดแถวโคนกอไผ่ลุงพุฒิบอกว่าพอเห็นของด้านในโดนเผาแล้ว ก็ฟันต้นไผ่ที่เหลือลงมาเผาด้วย เดี๋ยวไฟลามจะคุมยากแต่ต้องรอให้ของพวกนั้นโดนเผาก่อนนะอย่าลืม ลุงยักษ์กับลุงยอดก็เดินออกมาสมทบ ลุงพุฒิถามว่าแย้มเป็นยังไง ลุงยักษ์ก็บอก นอนสั่นเป็นเจ้าเข้า ยายกับน้าเย็นนั่งเฝ้าอยู่ลุงพุฒิวานลุงยอดให้เข้ามาช่วยกัน เผื่อไฟลามไปทางอื่น ส่วนลุงยักษ์  ลุงพุฒิบอกว่า“กลับไปนั่งด้านในนะ ไปอยู่เป็นเพื่อนแม่ เดี๋ยวจะตกใจ” พอลุงยักษ์เดินกลับเข้าไป ลุงพุฒิก็บอกว่า เอ๊า จุดละนะ ช่วยกันดูด้วย ลุงพุฒิจุดไม้ขีดอีกก้าน  คราวนี้ไม่ดับ (สงสัยไม่มีลม) แล้วโยนไปตรงเศษใบไผ่แห้งที่ราดน้ำมันจนชุ่ม ไฟลุกพรึบขึ้นมาอย่างรวดเร็วลามไปจนถึงใจกลางกอไผ่ จากนั้นก็มีเสียง ฝุด ฝุด ฝุด ฝุด ดังมาจากด้านในแล้วตามด้วยเสียงกรี๊ดของน้าแย้ม ดังมาก ตากับแม่ที่ยืนอยู่ด้านนอกก็ตกใจ ตะโกนถามเข้าไปในบ้านว่า มีอะไร!? แย้มเป็นอะไร ยายก็ตะโกนกลับมาว่า ไม่รู้ อยู่ดีๆก็กรี๊ดขึ้นมาตอนนี้สลบไปแล้ว ทำยังไงดี ลุงยักษ์บอกไม่เป็นไรแม่…

เรื่องสยองวิญญานหลอน แขกไม่ได้รับเชิญ

เรา มีประสบการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับ จขกท. มาฝากเพื่อนๆ ที่ชอบอ่านเกี่ยวกับเรื่องหลอนนึ้เป็นกระทู้แรก หากผิดพลาดประการใดต้องขอโทษด้วยนะค่ะ เราเป็นคนภาคอิสาน เรียนจบจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งทางภาคอิสาน พอเรียนจบเราได้มีโอกาสมาทำงานที่ โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งที่จังหวัดสมุทรปราการ โรงเรียนมีหอพักครูอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่อยู่หลังโรงเรียน หมู่บ้าน นี้ใหญ่มากมีซอยเยอะมาก ซึ่ง LYNBLUE89 หอพักครูจะอยู่ระหว่างซอยที่ 17-19 หอพักมีสองชั้น เราได้ห้องข้างล่างห้องที่สอง หลังห้องเราเป็นบ้านร้างไม่มีคนอยู่อาศัย ต้นไม้ขึ้นรกมาก หญ้าวัชพืชขึ้นปกคลุมบริเวณบ้าน และที่สำคัญร้านขายของชำอยู่ไกลมาก ถ้าจำไม่ผิดน่าจะอยู่ซอย 3 เวลาไปชื้อของก็ยืมจักรยานพี่ที่หอ เรา ชอบปั่นจักรยานออกมาชื้อของเวลา 20.00-21.00 เป็นประจำ วันแรกที่เราปั่นจักรยานเพื่อที่จะไปชื้อของเราปั่นไปซอยที่ 19 ปั่นไปไม่ถึงครึ่งซอยก็มี LYNBLUE89 สุนัขไล่กัดอย่างเอาเป็นเอาตาย และก็เห่า มันน่ากลัวมาก วันต่อมาเราก็ปั่นจักรยานไปชื้อของอีกแต่ทีนี้เราเปลี่ยนซอย เป็นซอยที่ 18 ปรากฏว่าไม่ต่างจากซอยที่ 19 เลย วันต่อมาเราก็ปั่นจักรยานไปชื้อของอีกเราปั่นซอยที่ 17 ในขณะที่ปั่นไปก็คิดว่าจะเป็นเหมือนกับ 2 ซอยที่ผ่านมาไหม ปรากฏว่าทุกอย่างเงียบกริบ ไม่มีสุนัขออกมาไล่กัดสักตัว เห่าก็ไม่มีบรรยากาศสองข้างทางเป็นเท้าว์เฮ้าท์สองชั้น มัดูรกร้างต้นไม้ขึ้น ใบไม้หล่นในบริเวณเท้าว์เฮ้าท์ มีคนอาศัยอยู่แค่ไม่กี่หลัง ทำให้ดูวังเวงมาก…

คำสาปบนดอยสูง โดยสมาชิกหมายเลข 1001408

วิถีชีวิตของชาวเขาเผ่าต่างๆที่อาศัยอยู่บนดอยสูงนั้นวัฒนธรรมพวกเขาเคยสงบหยุดนิ่งมาหลายชั่วอายุคน ปัจจุบันเริ่มเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสโลกยุคใหม่มากขึ้นวัยรุ่นแต่งตัวเกาหลี วัฒนธรรมจากภายนอกหลั่งไหลเข้าไปและรับเอาโดยคนรุ่นใหม่อย่างไม่ยากเย็นวิถีเก่าๆ จึงค่อยๆจืดจางลงไปตามกาลเวลา เว็บคาสิโนที่ดีที่สุด LYN68 แต่มีบางสิ่งยังคงอยู่ แม้กาลเวลาจะผ่านไปนานเท่าใดก็ตามในอดีตเรือกสวนไร่นาของชาวเขา ส่วนใหญ่จะอยู่ห่างจากหมู่บ้าน ลัดเลาะไปตามไหล่เขาไกลบ้างใกล้บ้างเนื่องจากพื้นที่ปลูกพืชที่ดีๆหายาก แต่ละครอบครัวจึงต้องเดินเข้าป่าลึกเพื่อถากถากจับจองกันเองตามกำลังเมื่อพืชผลเจริญงอกงาม ด้วยระยะทางจากบ้านมาก็ไกลโข จึงเกิดความระแวงว่าแขกไม่ได้รับเชิญจะมาเก็บเอาผลผลิตไปโดยวิสาสะจึงต้องมีพิธีกรรมบางอย่างเกิดขึ้น เริ่มจากตระเตรียม LYN68 สำรับกับข้าวของคาวของหวานและเหล้าสำหรับเซ่นไหว้จนครบแล้ว จึงเริ่มการสวดด้วยคาถาอาคมที่สืบทอดกันมาหลายรุ่นคาถานั้นเป็นคำสาปแช่งให้ผู้ที่เอาของจากไร่โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นให้มีอันเป็นไปหลังจากนั้นหัวหน้าครอบครัวก็จะสั่งคนในบ้านว่า ห้ามกินของในไร่เป็นอันขาดจนกว่าจะถึงฤดูเก็บเกี่ยวแต่แล้วก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้ ครอบครัวนี้มีลูกหลายคน และหลายวัยเด็กชายตัวเล็กๆ ติดตามพ่อแม่ไปทำงานในไร่ทั้งพ่อทั้งแม่มัวแต่ยุ่งกับงานในไร่ จึงไม่ได้สนใจลูกฝ่ายลูกชายที่มัวเล่นเพลิน ด้วยความหิว จึงคว้าเอาพุทราผลหนึ่งเข้าปาก และตามด้วยอีกผลด้วยความเอร็ดอร่อยกระทั่งเย็นย่ำ สามพ่อแม่ลูกจึงเดินทางกลับเข้าหมู่บ้านภรรยาหุงหาอาหารเสร็จสรรพเรียบร้อย จึงเรียกทุกคนล้อมวงกินข้าวกันหลังจากกินได้ไม่นานลูกชายคนเล็กก็ล้มลง ตัวโก่งตัวงอ ปากร้องว่า “ปวดท้องๆ”แม่ตกใจลนลาน รีบไปหายาสมุนไพรแก้ปวดท้องมาให้กิน อาการก็ยังไม่ทุเลาคนเป็นพ่อเริ่มเอะใจว่าไม่น่าจะปวดท้องแบบธรรมดาซะแล้ว ในใจนึกว่าขออย่าให้เป็นดังที่คิดเลย ทนไม่ไหวเต็มทีจึงถามลูกว่า “ตอนกลางวัน นอกจากข้าวที่เตรียมมา แกไปกินอะไรอีก” ลูกชายฝืนใจตอบอย่างยากเย็น“พุทรา” คนเป็นพ่อตกใจ“พุทราที่ไหน”“ในไร่เรา”“ฮ้า!!!…..” พ่อใจหล่นวูบ เป็นดังที่คิดเสียแล้ว กระวีกระวาดเตรียมของจำเป็นสำหรับไหว้แล้ว คว้าไฟฉายแล้ววิ่งไปไร่ทันที หนทางไปไร่มืดสนิทมีแต่แสงไฟฉายนำทางวูบๆวาบๆ เหนื่อยแทบขาดใจจึงถึงไร่ วางเครื่องเซ่นลงจัดแจง ใจยังเต้นตุ้บๆ ปากแทบจะท่องคาถาไม่เป็นคำหลังจากว่าคาถาคลายคำสาปแช่งเสร็จ เชื่อว่ามนต์นั้นถูกคลายแล้วอย่างแน่นอนเก็บข้าวเก็บของเสร็จวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตกลับมาบ้านกระหืดกระหอบขึ้นบันได ถามเมียว่าลูกเป็นอย่างไร เมียหันหลังให้ เห็นแต่หัวกับเท้าลูกพาดบนตัก “ลูกเราเสียแล้วพี่ ฮือ..ฮือ…” คนเป็นพ่อน้ำตาคลอเบ้า…

ผีโรงแรม โดยคุณ >Gleamung28

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อประมาณช่วงเดือนสิงหา 2556 ค่ะ เรื่องมีอยู่ว่า แม่และทางสำนักงานต้องไปจัดบู๊ทและเข้าประชุมในกิจกรรมวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ พ.ศ.2556 ระหว่างวันที่ 6-21 สิงหาคม 2556 ณ BITEC บางนา แต่ทางสำนักงานของแม่ถูกจัดให้เข้าร่วมงานวันที่ 13 สิงหาค่ะ ซึ่งพวกเราเลยเลือกเดินทางกันเช้า 12 สิงหาคม ประมาณ 10 โมงเช้า เราและน้องสาวก็ติดสอยห้อยตามแม่ไป เพราะแม่อยากให้เป็นเพื่อน LYNBET กับ12ชั่วโมงที่เดินทางด้วยรถตู้จากขอนแก่นถึงกรุงเทพฯ เป็นช่วงเวลาที่ลำบากมาก ขาเข้ากรุงเทพติดแหงก จราจรเป็นอัมพาตเพราะคนเดินทางกลับจากต่างจังหวัดพอดีค่ะ โรงแรมที่อ่านรีวิวแล้วรีวิวเล่าแบบดีๆ หลายดาวที่จองไว้ก็มี แต่ก็ป่วยการเมื่อมาถึงบางนาในประมาณ 4เกือบ5ทุ่ม ฝนตกหนัก ถนนน้ำท่วม มองไม่เห็นทางอีก จะไปโรงแรมที่จองไว้ก็ไม่ได้ เพราะฝนตกหนักมากค่ะ ก็เลยพากันตัดสินใจว่าจะหาโรงแรมแถวไบเทคนอนเลยละกัน ตื่นเช้ามาจะได้ไปง่าย รถไม่ติดเท่าไหร่ (ลืมบอกไปค่ะ มีสมาชิกไปกัน 6 คนมีเรา น้องสาว แม่ ลุงที่ทำงานแม่ น้าที่ทำงานแม่และคนขับค่ะ) เมื่อขับรถวนหาโรงแรม โรงแรมแล้วโรงแรมเล่า สุดท้าย…เราก็เจอโรงแรมเจ้าปัญหาซึ่งเป็นสาเหตุของเรื่อง..เมื่อคนขับรถเลี้ยวเข้าโรงแรมนั้น เราพบถึงความวังเวงมากกกกกกกกกกกก -o- รถจอดที่หน้าทางเข้าไปเค้าท์เตอร์หน้าโรงแรม…

1234